สมดุลไอออนในสารละลาย
(Ionic
Equilibria in Aqueous Solution)
(ต่อ)
สมดุลของไอออนเกลือที่ละลายน้ำได้น้อย (top)
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติมักจะเกี่ยวข้องกับการตกตะกอน หรือการละลายของเกลือที่ละลายน้ำได้น้อย เช่น การเกิดหินย้อย หินปูนในถ้ำ เป็นต้น ค่าการละลายได้ของเกลือในตัวทำละลายจะเป็นปริมาณมากที่สุดในภาวะสมดุล (ในหน่วยกรัมหรือโมล) ที่สามารถละลายได้ในสารละลาย 1 ลิตร เกลือแสดงค่าการละลายได้แตกต่างกัน บางตัวละลายน้ำได้ดีแต่บางตัวละลายน้ำได้น้อย เช่น CsCl ละลายน้ำได้ประมาณ 1900 กรัม (หรือมากกว่า 11 โมล) ต่อน้ำ 1 ลิตร ขณะที่ AgCl ละลายน้ำได้เพียง 0.0018 กรัม (หรือ 1.3 x 10-5 โมล) เท่านั้นที่ 25oC
ค่าคงที่สมดุลของการละลาย (Solubility product constant) (top)
โดยทั่วไปแล้ว เกลือเป็นสารประกอบไอออนิก (ionic compound) เมื่อละลายน้ำแล้วจะ แตกตัวเป็นไอออนถ้ามีเกลือมากเกินพอจะเห็นลักษณะเป็นของผสมในน้ำซึ่งมีสมดุลเกิดขึ้นระหว่างของแข็งกับไอออนในสารละลายอิ่มตัว เช่น เกลือ calcium oxalate, CaC2O4 จะมีสมดุล เกิดขึ้นดังนี้ :
ค่าคงที่สมดุลของการละลายมีค่าเป็น
Kc = 
เนื่องจากความเข้มข้นของของแข็งมีค่าคงที่ จะได้
Ksp = Kc [CaC2O4] = [Ca2+][C2O42-]
เมื่อ Ksp คือค่าคงที่ผลคูณของการละลาย (solubility product constant) โดยทั่วไปแล้ว Ksp จะเป็นค่าคงที่สมดุลของสารละลายเกลือละลายน้ำได้น้อยและมีค่าเท่ากับผลคูณของความเข้มข้นของไอออนที่แตกตัวแล้วยกกำลังเลขสัมประสิทธิ์จำนวนโมล ค่า Ksp ขึ้นกับอุณหภูมิใดอุณหภูมิหนึ่งเท่านั้น เช่น lead iodide, PbI2 เกิดสมดุลในน้ำ
Ksp = [Pb2+][I- ] 2
อย่างไรก็ตามถือว่าเกลือที่ละลายน้ำได้น้อย (sparingly soluble salt) แตกตัวได้อย่างสมบูรณ์ในสารละลายอิ่มตัว ดังนั้นจึงประยุกต์ใช้กฎของสมดุลเคมีเข้ากับปฏิกิริยาการแตกตัวของเกลือเหล่านี้ได้
ตัวอย่าง จงเขียนค่าคงที่สมดุลของการละลายของเกลือต่อไปนี้
a) AgCl ...........................b) Hg2Cl2 .......................c) Pb3(AsO4)2
วิธีทำ ที่สมดุลสามารถแสดงผลคูณของการละลายได้ดังนี้
Ksp = [Ag+][Cl-]
Ksp = [Hg22+][Cl- ]2
Ksp = [Pb2+ ]3 [AsO43-]2
ตัวอย่าง นำสารละลายอิ่มตัวของ CaC2O4 1 ลิตร มาระเหยให้แห้งที่ 25oC จะเหลือของแข็ง
CaC2O4 0.0061 กรัม จงหาค่า Ksp ของเกลือชนิดนี้ที่ 25oC
วิธีทำ ค่าการละลายได้ของ CaC2O4 = 0.0061 g dm-3
หาค่าความเข้มข้นในหน่วย mol dm-3 เมื่อ MW. ของ CaC2O4 = 128 g mol-1
ความเข้มข้นของ
CaC2O4 = 0.0061 g dm-3 x ![]()
..........................................= 4.8x10-5 mol dm-3
ความเข้มข้น
(M) : CaC2O4(s)
Ca2+(aq)
+ C2O42-(aq)
เริ่มต้น ..................................................0 ........................0
เปลี่ยนแปลง ........................................+4.8 x 10-5 .......+4.8 x 10-5
ที่สมดุล ...............................................4.8 x 10-5 ............4.8 x 10-5
แทนค่า Ksp = [Ca2+][C2O42-]
...................................= (4.8 x 10-5) (4.8 x 10-5)
...................................= 2.3 x 10-9
ตัวอย่าง จงหาค่าความสามารถในการละลาย (M) ของเกลือ PbI2 ในน้ำ เมื่อ Ksp = 7.1 x 10-9
วิธีทำ กำหนดให้ x คือความเข้มข้นการละลายของ PbI2 เมื่อละลายน้ำ 1 ลิตร จะแตกตัว ให้ Pb2+ x mol และ I- 2x mol ดังนี้
ความเข้มข้น
(M) : PbI2(s)
Pb2+(aq)
+ 2I-(aq)
เริ่มต้น .........................................0 .................0
เปลี่ยนแปลง .................................+x ...............+2x
ที่สมดุล ..........................................x .................2x
...............แทนค่า [Pb2+][I -]2 = Ksp
...............................................(x) (2x)2 = 7.1 x 10-9
.................ความสามารถในการละลาย , x = 1.2 x 10-3 M
ตัวอย่าง จงหาค่าความสามารถในการละลาย(M) ของเกลือ PbI2 ใน 0.01 M KI เมื่อ Ksp =7.1 x 10-9
วิธีทำ กำหนดให้ x คือความเข้มข้นการละลายของ PbI2 เมื่อละลายน้ำ 1 ลิตร จะแตกตัว ให้ Pb2+ x mol และ I- 2x mol ดังนี้
..............ความเข้มข้น
(M) : PbI2(s)....
..Pb2+(aq)
+ 2I-(aq)
เริ่มต้น ............................................................0 .................0.01
เปลี่ยนแปลง ...................................................+x ................+2x
ที่สมดุล ............................................................x .................0.01+ 2x
แทนค่า ...............[Pb2+][I -]2 ......= .....Ksp
.........................................(x) (0.01 + 2x)2 = .....7.1 x 10-9
ความสามารถในการละลาย ,....................... x = .....7.1 x 10-7 M
การเติม I- ลงไปทำให้ความสามารถในการละลายของ PbI2 ลดลงเมื่อเทียบกับละลายในน้ำ ปรากฎการณ์ลักษณะนี้จะสอดคล้องกับ หลักการของ Le Chatelier และเรียกว่า ผลของไอออนร่วม (common ion effect)
Ksp กับการตกตะกอน (top)
หลักเกณฑ์ในการตกตะกอน (criterion for precipitation) ถ้ากำหนดความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาระบบหนึ่ง ถามว่าปฏิกิริยาจะดำเนินไปในทิศทางใด กรณีนี้จะใช้ reaction quotient, Q ร่วมพิจารณาเทียบกับค่าคงที่สมดุล Kc ค่า Q นั้นหาได้ในลักษณะเดียวกับ Kc แต่ไม่ จำเป็นต้องอยู่ที่ภาวะสมดุล ส่วนมากจะเริ่มจากความเข้มข้นเริ่มต้นของปฏิกิริยา ในการพิจารณา ทิศทางของปฏิกิริยา :
ถ้า Q < Kc ปฏิกิริยาควรจะดำเนินไปข้างหน้า
ถ้า Q = Kc ปฏิกิริยาจะอยู่ที่ภาวะสมดุล
ถ้า Q > Kc ปฏิกิริยาควรจะเกิดย้อนกลับ
ตัวอย่าง สามารถเตรียมตะกอนของ PbI2(s) จากการเติม 3 หยดของ 0.2 M KI ใน 100 cm 3 ของ 0.01 M Pb(NO3)2 ได้หรือไม่ ถ้า 1 หยด = 0.05 cm3
วิธีทำ
จากสมดุลของการละลาย : PbI2(s)
Pb2+(aq)
+ 2I-(aq)
ที่ภาวะเริ่มต้น : ...........Q ....=...... [Pb2+][I-]2
..................................[I-] ...=....... 3 x 0.05 x 0.20 / 100 = 3 x 10-4 M
แทนค่า Q = (0.01) (3 x 10-4)2 = 9.0 x 10-10
แต่ค่า Ksp ของ PbI2 = 7.1 x 10-9 จะเห็นว่า Q < Ksp ดังนั้น ปฏิกิริยาจะเกิดไปข้างหน้า :
แสดงว่าจะไม่เกิดตะกอน
การเลือกตกตะกอน (selective precipitation) ในกรณีที่สารละลายมีไอออนหลายชนิดผสมกันอยู่และต้องการแยกไอออนเหล่านั้นออกจากกันอาจพิจารณาการแยกไอออนโดยการเลือกตกตะกอนบางทีเรียกว่า การตกตะกอนทีละส่วน (fractional precipitation) เป็นเทคนิคการแยกไอออนที่ผสมกันอยู่ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปออกจากสารละลาย โดยการเติมสารเริ่มต้นบางอย่างเพื่อตกตะกอนไอออนชนิดแรกและตัวอื่น ๆ ต่อไป เช่น ในสารละลายที่มี Ba2+ 0.10 M และ Sr2+ 0.10 M ถ้าต้องการแยก Ba2+ ออกจาก Sr2+ โดยการเติมสารละลายเข้มข้น potassium chromate, K2CrO4 ลงในสารละลายนี้ทีละน้อย พบว่าจะมี barium chromate ตกตะกอนก่อนจนเกือบหมด จากนั้นจะมีตะกอนของ strontium chromate เริ่มตกตะกอนแยกจากสารละลาย ดังนั้นจึงสามารถแยก Ba2+ ออกจาก Sr2+ โดยใช้ K2CrO4 ตกตะกอนออกทีละส่วน
ตัวอย่าง เติม AgNO3 อย่างช้าๆ ลงไปในสารละลายที่มี [CrO42-] = 0.01 M และ [Br-] = 0.01 M ถามว่าตะกอนของสารใดจะตกตะกอนออกมาก่อน
วิธีทำ ให้แยกพิจารณาตะกอนที่ละตัว
พิจารณา AgBr : ..Qsp = [Ag+] [Br-]
= [Ag+] x 0.01 = Ksp = 5.0 x 10-3
[Ag+] = 5.0 x 10-11 M
พิจารณา AgCrO4 : Qsp = [Ag+] [CrO42-]
= [Ag+] x 0.01 = Ksp = 2.4 x 10-12
[Ag+] = 1.5 x 10-5 M
[Ag+] ที่เริ่มทำให้เกิดตะกอน AgBr จะมีค่าน้อยกว่า ดังนั้นจึงเกิดตะกอนของ AgBr ก่อน